กระเป๋าแบรนเนม

     

กรณีศึกษาพฤติกรรมการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมต่างประเทศ

 

 

              เมื่อเร็วๆ นี้ นักศึกษาในชั้นเรียนปริญญาโทของสาขาการจัดการธุรกิจ กลุ่มหนึ่งซึ่งประกอบด้วย คุณสุวาที รักษ์บริสุทธิ์ศรี

คุณชานนท์ จันทรวรัญญู คุณมนตรี กลิ่นดอกแก้ว คุณศุกร วนรัตน์วิตร คุณอภิชาติ ลีลายนะ คุณอมรรัตน์ พรวัฒนมงคล ได้มาปรึกษาเกี่ยวกับโครงการทำวิจัยทางธุรกิจเกี่ยวกับ “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมต่างประเทศของผู้หญิงวัยทำงานในกรุงเทพมหานคร”  

           โดยนักศึกษาปริญญาโทกลุ่มนี้ ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจหรือแรงกระตุ้นของพวกเขาต่อการศึกษาในเรื่องนี้ว่า ในทุกวันนี้ แฟชั่นการแต่งกาย (เสื้อผ้า เครื่องประดับ เข็มขัด รองเท้า และกระเป๋า) มีความเคลื่อนไหว และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและตลอดเวลา 
ซึ่งดิฉันก็มองเห็นความท้าทายและให้คำปรึกษาตลอดโครงการการศึกษาชุดนี้ของพวกเขา ซึ่งผลสรุปจากการศึกษาก็มีความน่าสนใจอย่างมาก จึงอยากจะขอนำผลจากการศึกษาของนักศึกษาปริญญาโทกลุ่มนี้มาแบ่งปันกับท่านผู้อ่านในคอลัมน์ เผื่อว่าจะนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ทีมผู้ทำการศึกษา “ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมต่างประเทศของผู้หญิงวัยทำงานในกรุงเทพมหานคร”  ได้เข้าไปศึกษาข้อมูลธุรกิจการนำเข้า และการผลิตกระเป๋าถือสตรี พบว่า มีการขยายขนาดและมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาข้อมูลการนำเข้ากระเป๋าถือของผู้หญิงในไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2551 พบว่า มีมูลค่าการนำเข้าสูงถึง 30 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจาก พ.ศ. 2550 ประมาณ 4% โดยมีแหล่งการนำเข้าที่สำคัญ คือประเทศฝรั่งเศส อิตาลี จีน เป็นต้น 
ทีมผู้ศึกษาได้เข้าไปสำรวจข้อมูลประชากรเพศหญิงวัยทำงาน (อายุ 21-60 ปี) ในกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2552 พบว่าประชากรมีจำนวน 1,710,778 คน คิดเป็นร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมดในกรุงเทพฯ ดังนั้น จากข้อมูลดังกล่าวจึงมีความน่าสนใจที่จะทำการศึกษาถึงปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมต่างประเทศของผู้หญิงวัยทำงานในกรุงเทพฯ
            ผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยด้านข้อมูลประชากรศาสตร์ของผู้หญิงวัยทำงานอายุ 21-35 ปี ในกรุงเทพมหานคร ที่ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่ มี อายุ 26-30 ปี สถานภาพโสด มีระดับการศึกษาสูงสุดคือ ปริญญาตรี มีรายได้ต่อเดือน 30,001-50,000 บาท มีรายได้ครอบครัวต่อเดือนมากกว่า 110,001 บาทขึ้นไป และมีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน 
            ผลจากการศึกษาวิจัยด้านข้อมูลพฤติกรรมการซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมต่างประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่แบรนด์ที่อยู่ในใจ (Top of Mind) อันดับ 1 คือ ยี่ห้อ LOUIS VUITTON อันดับ 2 คือ COACH และอันดับ 3 คือ LONGCHAMP ในขณะที่แบรนด์ที่นิยมซื้อ อันดับ 1 คือยี่ห้อ LONGCHAMP อันดับ 2 คือ COACH และอันดับ 3 คือ LOUIS VUITTON โดยมีแนวโน้มในการกลับไปซื้อสินค้ายี่ห้อเดิม (Re-Purchase) และนิยมซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมต่างประเทศจากตัวแทนจำหน่าย (Shop) ในต่างประเทศ  
             กรณีที่ซื้อในประเทศไทย นิยมซื้อจากร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free Shop) โดยมีความถี่ในการซื้อทุกๆ ปี และมีค่าใช้จ่ายสูงสุดต่อครั้ง ระหว่าง 10,001-30,000 บาท ซึ่งมีเหตุผลหลักในการซื้ออันดับ 1 คือ ความทนทานในการใช้งาน อันดับ 2 คือ มีคุณภาพ และมีมาตรฐานในการผลิต และอันดับ 3 คือ สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ และจะมีการวางแผนในการซื้อล่วงหน้า โดยทราบข่าวสารสินค้าออกใหม่จาก Internet  โดยมีบุคคลที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อมากที่สุด คือตนเอง 
             นอกจากนี้ ลักษณะทางประชากรศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย อายุ ระดับการศึกษา รายได้ต่อเดือน รายได้ครอบครัวต่อเดือน และอาชีพที่แตกต่างกัน จะมีผลต่อพฤติกรรมการซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมต่างประเทศบางพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ปัจจัยด้านตราสินค้าไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมต่างประเทศ และปัจจัยด้านค่านิยมในด้านการใช้กระเป๋าแบรนด์เนมตามกระแสนิยมในสังคมมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อกระเป๋าถือแบรนด์เนมต่างประเทศในด้านค่าใช้จ่ายสูงสุดต่อครั้งที่เคยซื้อในทางตรงข้ามกัน ในขณะที่ปัจจัยด้านค่านิยมอื่นๆ ไม่มีความสัมพันธ์กันความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative) และข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative) พบว่า แบรนด์ที่อยู่ในใจอันดับ 1 คือ LOUIS VUITTON และมีเหตุผลหลักในการซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมต่างประเทศ คือ การสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ คุณภาพ และมาตรฐานในการผลิต
             การประยุกต์ใช้สำหรับข้อมูลจากการศึกษาครั้งนี้ในประเด็นการบริหารจัดการ (Managerial Implications) มีข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้ดังต่อไปนี้คือ  การทำ Customer Relationship Management (CRM) ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายใช้ในการค้นหาข้อมูลและข่าวสาร กลุ่มคนวัยทำงานที่อยู่ในองค์กรเอกชนมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าแบรนด์เนมซ้ำมากกว่ากลุ่มอื่นๆ จึงน่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สำคัญในการทำการตลาดจากข้อมูลเรื่องราคาที่ยอมรับได้ของกลุ่มเป้าหมายที่ทำการศึกษา คือราคา 10,001-30,000 บาท จึงอาจใช้เป็นแนวทางในการกำหนดราคากระเป๋าแบรนด์เนมกลุ่มเป้าหมายหญิงวัยทำงานให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและการใช้งานของสินค้าแบรนด์เนมมากกว่าที่จะมองว่าซื้อตามกระแสแฟชั่น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: